“เสี่ยปู่” สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล “ปันใจ” บอก วันใดค่า P/E สองหุ้นความงาม “คาร์มาร์ท” VS “บิวตี้ คอมมูนิตี้” ลงมาเท่ากัน พร้อมซื้อหุ้น BEAUTY
“หุ้น คาร์มาร์ท (KAMART) ของ “วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล” ผู้ถือหุ้นใหญ่ 138.11 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.02% ณ วันที่ 27 พ.ย.2555 เคยเป็น “หุ้นความงาม” ตัวเดียวที่ “เสี่ยปู่” สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เจ้าของพอร์ตหลักพันล้าน “โครตรัก” เขาถือหุ้น KAMART สูงสุดเป็นอันดับ 2 จำนวน 24.570 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.10% ขณะที่ภรรยา “วารุณี ชลคดีดำรงกุล” ครอบครองหุ้นอยู่ 6.27 ล้านบาท คิดเป็น 1.05% (ตัวเลข ณ วันที่ 27 พ.ย.2555) รองจากหุ้น บ้านร็อคการ์เด้น (BROCK) ที่ถืออยู่ 89.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.93% (ณ วันที่ 2 มี.ค.2555)
เจ้าของห้อง VIP หมายเลข 129 ประจำโบรกเกอร์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชั้น 20 อาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เคยถือหุ้น KAMART สูงสุด 5.24% ในปี 2555 ตลอดปีที่ผ่านมามีการซื้อขายทั้งหมด 5 รายการ แบ่งเป็นซื้อ 0.10% วันที่ 25 ก.ค. ก่อนจะขายทำกำไร 0.62% ในวันที่ 30 ก.ค. และกลับมาซื้อ 0.50% ในวันที่ 14 ส.ค.ก่อนจะขาย 0.17% วันที่ 24 ต.ค. และกลับมาช้อนอีกครั้ง 0.25% ในวันที่ 5 พ.ย.2555
แต่เมื่อปลายปี 2555 “เสี่ยปู่” ยืดอกยอมรับว่าได้ “ปันใจ” ไป “หลงรัก” หุ้นความงามตัวใหม่ อย่าง บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ของ “หมอสุวิน ไกรภูเบศ” ผู้มีประวัติชีวิตดั่งเช่นละคร ด้วยเหตุผลที่ว่า “บิวตี้ คอมมูนิตี้ มีกำไรสูง เงินสดเยอะ หนี้น้อย และไม่ใช่สินค้าแฟชั่น”
ก่อนจะปฎิบัติการณ์สลัดหุ้น BEAUTY จำนวน 500,000 หุ้น ราคา 19 บาท ในวันแรก “เสี่ยปู่” เคยบอกกับ "กรุงเทพธุรกิจ Biz Week" ว่า เดี๋ยวจะโทรไปนัดแนะ “หมอสุวิน” ให้ออกมานั่งดินเนอร์แบบ “เอ็กซ์คลูซีฟ” นอกสถานที่ เพื่อสอบถามอนาคตของ “บิวตี้ คอมมูนิตี้” ประเด็นหนึ่งที่ “เสี่ยปู่” ยอมรับว่าอาจทำให้ราคาหุ้น BEAUTY ไม่ไปต่อ คือ “คุณหมอจะต่อยอดธุรกิจอย่างไร เมื่อเปิดร้านแบรนด์ บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ และแบรนด์ บิวตี้ คอทเทจ ครบทุกห้างในเมืองไทย” แม้จะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ แต่”เสี่ยปู่” ก็อดใจไม่ไหว จำต้องขายยกแผงวันแรก โกยกำไรเข้ากระเป๋าเหนาะๆ 5,500,000 บาท !!!!
“ผมโทรไปชวนคุณหมอออกมาคุย ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง (ไม่ยอมบอกชื่อร้าน) แม้จะใช้เวลาสอบถามโน่นนี่เพียง 1 ชั่วโมง แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าบริษัทความงามแห่งนี้ มีการบริหารจัดการที่ดี เขามีหน้าร้านเป็นของตัวเอง นั่นแปลว่า เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เขาจะเป็นคนที่สบายตัวที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง “คาร์มาร์ท” ที่ทุกวันนี้ยังต้องอาศัยพื้นที่คนอื่นขายของ” “เสี่ยปู่” สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เล่าให้ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ฟังชัดๆอีกครั้ง
“เซียนหุ้นรายใหญ่” ยังวิเคราะห์ 2 หุ้นความงามให้ฟังว่า หากมองเนื้อในของหุ้น BEAUTY ถือว่ามี “ข้อดี” มากกว่าหุ้น KAMART ข้อแรก เขาสามารถนำสินค้า 2 แบรนด์หลัก ไปเปิดขายได้ถึง 2 ร้าน เรียกว่าแยกกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ไม่เหมือนเจ้าอื่นที่ต้องนำสินค้ามากองรวมกันแล้วเปิดได้เพียง 1 ร้าน สินค้าติดตลาดแล้วใครก็อ้าแขนรับ เขามีผลิตภัณฑ์หลากหลายราคา ล่าสุดยังมีแผนจะนำสินค้าไปขายในเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เขาคงเห็น “คาร์มาร์ท” ทำแล้วรุ่ง (หัวเราะ)






